จีนมีการเก็บภาษีศุลกากรของการนำเข้า
ในส่วนของน้ำยางข้น (HS400110) จากเดิมจีนมีการเก็บภาษีศุลกากรของการนำเข้าในโควต้าร้อยละ 5 ยางแผ่นรมควันในโควต้าร้อยละ 12 และยางแท่งในโควต้าร้อยละ 12 ซึ่งทั้งสามประเภทจะต้องเสียภาษีกรณีนอกโควต้าร้อยละ 90 นั้น ภายหลังการที่จีนเข้าเป็นสมาชิก WTO แล้ว ในปี 2547 จะยกเลิกการกำหนดโควต้าทั้งหมด แลัวเก็บภาษีศุลกากรในสินค้ากลุ่มยางธรรมชาติร้อยละ 20 จึงจะทำให้ไทยได้ประโยชน์โดยตรงอย่างมาก เนื่องจากในปัจจุบัน จีนมีการนำเข้ายางพาราเกินกว่าโควต้าอยู่ค่อนข้างมาก เช่น โควต้าการนำเข้ายางธรรมชาติของจีนในปี 2542 เท่ากับ 244,997 ตัน ในขณะที่จีนมีการนำเข้าถึงประมาณ 983,647 ตัน ซึ่งในการผลิตยางธรรมชาตินี้ ไทยสามารถผลิตได้คุณภาพที่ทัดเทียมกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ แต่ต้นทุนในการปลูกยางของไทยต่ำกว่า จึงทำให้ราคายางธรรมชาติจากไทยถูกกว่าด้วย นอกจากนี้ จีนยังมีการนำเข้ายางธรรมชาติจากไทยมากที่สุด โดยในปี 2544 จีนมีการนำเข้ายางธรรมชาติจากไทย 605,066 ตันจากการนำเข้าทั้งหมด 983,647 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 61.51 รองลงมาคือ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ร้อยละ 15 และ 12 ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการนำเข้าของจีนจากประเทศคู่แข่งยังห่างจากไทยอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของยางแผ่นรมควันและน้ำยางข้นที่จีนมีการนำเข้าจากไทยสูงถึงร้อยละ 90 และ 76 ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกยางพาราที่มีศักยภาพสูงมากในตลาดจีน
นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังพบว่าจีนเป็นประเทศที่ใช้ยางมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก และยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก เช่น ในอุตสาหกรรมล้อยาง แต่ผลผลิตและคุณภาพยางในประเทศจีนไม่ดีนัก คาดว่าในอีกไม่เกิน 3 ปีข้างหน้า จีนจะต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลักมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมาก โดยเฉพาะกับไทยที่มีการส่งออกมากเป็นอันดับหนึ่งอีกด้วย
ในช่วงก่อนการเข้าเป็นสมาชิก ภาษีนำเข้ายางของจีนยังอยู่ในอัตราที่สูง และมีการจัดสรรโควต้าในลักษณะ 2 ครั้งต่อปี หลังจากการเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก เนื่องจากทางจีนจำเป็นต้องมีการซื้อยางอยู่แล้ว โดยการลดภาษีนำเข้าน่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการจีนในการลดต้นทุนการผลิตมากกว่า ส่วนการเปลี่ยนการจัดสรรโควต้าจาก 6 เดือนต่อครั้งเป็น 1 ปีต่อครั้งก็น่าจะมีส่วนช่วยให้จีนมีความยืดหยุ่นที่สามารถเลือกซื้อยางในช่วงฤดูที่ราคายางในตลาดโลกตกต่ำได้ จีนจึงน่าจะได้เปรียบมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดต้นทุนการเก็บรักษายางด้วย เนื่องจากปกติแล้วยางแท่งและยางแผ่นสามารถเก็บไว้ได้เป็นปี แต่น้ำยางข้นจะเก็บได้เพียง 6 เดือน ก็เท่ากับว่าจีนไม่ต้องเก็บน้ำยางข้นนานเหมือนเมื่อก่อน ทั้งนี้ การบริการจัดการซื้อยางดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของตลาดการค้ายางล่วงหน้าอีกด้วย
ในส่วนของการขนส่งยางพาราจีนนั้น ถ้าเป็นยางที่ผลิตได้ในยูนนานและไหหลำ การขนส่งไปขายทั่วประเทศจะมีต้นทุนการขนส่งสูงกว่าการขนส่งจากไทยเข้าไปยังจีนที่ขนส่งทางเรือจากภาคใต้ตอนล่างผ่านท่าที่สงขลาไปสิงคโปร์ และผ่านท่าที่ปีนังของมาเลเซีย ส่วนภาคใต้ตอนบนจะส่งออกผ่านทางเพชรบุรี ซึ่งในปีนี้

No comments:
Post a Comment